0

คำนิยม
2022-02-22 12:24:41
คำนิยม Parenting Best 100 แนวทางเลี้ยงลูกให้ได้ดีตั้งแต่วัย 3 ปีจนจบประถม โดย แม่นิดนก
เปิดประสาทรับรสและรับรู้ให้กว้างขวางเต็มที่ และสนุกตื่นเต้นไปกับการกินกะเพราไก่ เอ๊ย! การเลี้ยงลูกไปด้วยกันค่ะ
Share

คุณเคยประสบปัญหาแบบนี้หรือไม่!

- เลี้ยงลูกไปแล้วเจอปัญหา แต่ไม่รู้ว่าจะไปถามใคร

- ตามเพจเลี้ยงลูกมากมายหลายร้อย อ่านเยอะมาก แต่ทำไมจำได้น้อย

- เรื่องนี้คุ้นๆ ว่ารู้แล้ว แต่มันว่ายังไงนะ ทำไมจำได้ไม่ชัดเลย

- หนังสือและข้อมูลเลี้ยงลูกเยอะมาก แต่ไม่มีเวลาอ่านเลย แค่เอื้อมมือไปหยิบหนังสือก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว


จั่วหัวมาเป็นรายการขายตรงในโทรทัศน์เลย แต่ก็อยากให้อ่านโดยใส่เสียงโฆษกอย่างในรายการเขาจริงๆ นะคะ เพราะเชื่อว่ามันจะไปโดนใจใครหลายคนบ้างละ อย่างน้อยก็เราคนหนึ่ง ที่ประสบปัญหานี้เป็นประจำ


ตอนที่ยังท้อง จนถึงช่วงที่ลูกยังแบเบาะ จะเป็นหนังสือกี่เล่ม กี่ภาษา อาจารย์หมอกี่เพจ เราก็พร้อมจะอ่าน จะกดไลก์ กดสับตะไคร้ กดกระดิ่ง ติดตามได้ทั้งหมด ด้วยความหิวข้อมูล กระหายใคร่รู้ไปเสียทุกสิ่ง อยากรู้เยอะๆ เพราะว่าเรามือใหม่ ไม่มีพื้นฐานอะไรมาเลย จึงต้องการที่ยึดเหนี่ยว ต้องการข้อมูลมาอธิบายให้เราเข้าใจ ยิ่งเยอะแบบหว่านแหเท่าไหร่ได้ยิ่งดี


แต่พอเวลาผ่านไป ลูกโตขึ้นเรื่อยๆ เราเองก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าสู่วิถีใหม่ของความเป็นแม่ได้เข้าที่เข้าทางขึ้น เรื่องที่เคยใหญ่กลายเป็นเล็ก ปัญหาผ่านมาเพื่อจบไป แล้วก็เจอกับปัญหาใหม่ ปล่อยวางในบางสิ่ง เทิร์นโปรแล้วในบางเรื่อง บวกกับลูกเองก็มีรายละเอียดในชีวิตเยอะขึ้นมากกว่าแค่การกินอิ่มนอนหลับ ต้องเล่น ต้องทำกิจกรรมเยอะแยะ ทางพ่อแม่เอง เมื่อลูกเริ่มเข้าที่ เราหลายคนก็กลับไปทำงาน เริ่มปันเวลาไปกับภาระอื่นๆ ในชีวิตบ้าง โดยที่ไม่ได้โฟกัสจับจ้องที่เรื่องลูกเพียงอย่างเดียว


แต่ด้วยความเป็นพ่อแม่ ปัญหาและความกังวลใจเกี่ยวกับลูกไม่เคยหายไปหรอก มันแค่เปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนประเด็น ไปสู่คำถามใหม่ๆ เป็นความท้าทายใหม่ที่เราต้องเจอไปตลอดเส้นทางการเติบโตของลูก ต่างแค่ว่า รายละเอียดมันชักจะเยอะขึ้น ซับซ้อนขึ้น สวนทางกับเวลาที่เรามีได้ไม่เยอะเท่าเดิม


อีกหนึ่งสิ่งที่เราพบเองคือ แม้อินเทอร์เน็ตจะมีข้อมูลมากมายให้เลือกหา มีเพจความรู้ให้ติดตาม แต่ด้วยความเวลาน้อยแต่ภารกิจเยอะของแม่ (ซึ่งภารกิจเหล่านั้นนอกจากงานการก็คือ การดูซีรี่ส์เกาหลี, การซื้อของออนไลน์ (ฮา)) ทำให้เวลาเรามีเรื่องกังวลใจเกี่ยวกับลูกขึ้นมาสักที แม้จะเป็นเรื่องที่เหมือนว่าจะเคยอ่านผ่านตามาแล้ว แต่เราจะนึกไม่ออกว่าอ่านจากไหน เพจอะไร สุดท้ายก็ไปเข้าเสิร์ชเอ็นจินเพื่อค้นหา กลายเป็นว่าความรู้ดีๆ ที่เคยได้อ่านจากเพจต่างๆ พอมาไม่ตรงจังหวะ ก็เหมือนเราเจอคนที่ใช่ ในเวลาที่ผิดน่ะ ทำได้เพียงอ่านเป็นความรู้เก็บใส่คลังไว้ และเสี่ยงมากที่จะหลงลืม


นั่นจึงยังเป็นเหตุผลให้เรายังซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกอยู่ เพราะมันอยู่ใกล้มือ จับต้องได้ สืบค้นได้อย่างเป็นระบบ บรรณาธิการข้อมูลมาให้แล้วเป็นอย่างดี ยิ่งกับคนเวลาน้อย นึกอะไรได้ก็อยากเปิดหาคำตอบ มันง่ายกว่ามากที่จะแค่หยิบหนังสือมา พลิกหาสารบัญ แล้วก็เปิดอ่านได้เลย


หนังสือเล่มนี้จึงเป็นคู่มือคู่ใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกอยู่ในวัยเริ่มโต ไม่ค่อยกังวลกับปัญหาจุกจิกเรื่องการกินนอนเท่าไหร่แล้ว แต่ขยับไปสู่เรื่องพฤติกรรม การใช้ชีวิต พัฒนาการ การเรียน และความสัมพันธ์ ตามชื่อหนังสือเลยคือเป็น 100 เรื่องที่เลือกมาให้แล้ว สำหรับบ้านที่มีลูกวัย 3 ปีจนจบประถม ว่าง่ายๆ ก็คือก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัว เพราะตอนนั้นคงต้องไปกังวลว่าลูกปิดประตูห้องใส่ ลูกทำหน้าบึ้งไม่ยอมคุยด้วยแล้ว (ฮา)


แม้เนื้อหาจะถูกเขียนมาจากผู้เขียนชาวญี่ปุ่น แต่วัฒนธรรมอันเป็นจุดร่วมของชาวเอเชียทำให้เราสามารถเชื่อมโยงตัวเองกับหนังสือเล่มนี้ได้ไม่ยากเย็น และคุณโนริโกะผู้เขียน ค่อนข้างจะเป็นคนทันสมัยใช้ได้ ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในหนังสือเป็นข้อมูลอัปเดต มีการพูดถึงทักษะใหม่ๆ ที่สำคัญและจำเป็น ไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาเองด้วย แต่มีการอ้างอิงงานวิจัย หรือข้อเขียนจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ นี่คือข้อดีของการจัดพิมพ์เป็นหนังสือ คือมันต้องผ่านการเรียบเรียงและตรวจสอบมาแล้วเป็นอย่างดี


วางหนังสือเล่มนี้ไว้ในที่ที่มองหาเจอได้ง่ายๆ นึกถึงเมื่อไหร่ก็หยิบมาเปิดอ่าน ไม่ต้องเริ่มจากหน้าแรก แต่อยากอ่านตรงไหนก็เปิดแค่ตรงนั้น แต่รับรองว่ามันจะไม่จบแค่ตรงนั้นหรอก เพราะความสงสัยจะพาเราเปิดหน้าต่อไป..ต่อไป จนสุดท้ายก็จะพบว่า อ้าว เราอ่านหนังสือจบไปหนึ่งเล่มแล้วนี่นา (เฮ)


เราเชื่อเสมอว่า เมื่อจะต้องลงมือทำอารหารสักจาน เราจะดึงเอาทุกประสบการณ์


เราเชื่อเสมอว่าข้อมูลเรื่องการเลี้ยงลูกนั้น รู้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด และแค่อ่านจบไม่ได้หมายถึงว่ารู้ทั้งหมดแล้ว ถ้าโลกยังหมุนอยู่ เราเองก็ยังต้องหมุนตามโลกใบนี้ไปไม่หยุดนิ่ง เปิดรับข้อมูลความรู้ไม่ว่าจะช่องทางไหน เหมือนเวลาอยากจะทำข้าวกะเพราไก่กินเองที่บ้านสักจาน เราจะดึงเอาประสบการณ์การตระเวนชิมเมนูนี้จากทุกร้านมาประมวลผล เลือกรสชาติที่ถูกปาก ปรุงและจัดจานในแบบที่เป็นเรา


เปิดประสาทรับรสและรับรู้ให้กว้างขวางเต็มที่ และสนุกตื่นเต้นไปกับการกินกะเพราไก่ เอ๊ย! การเลี้ยงลูกไปด้วยกันค่ะ