0

(0)
2026-08-04 14:19:35
รีวิว Will I Ever Be Good Enough? ไม่มีใครดีเท่าแม่? โดยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ลูกที่พบคุณแม่ลักษณะ "หลงตัวเอง" เช่นนี้ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่สามารถเติบโตได้
Share
คุณวรรณาอายุ 37 ปี  มีลูกสาวอายุ 9 ขวบ  เธอมีเรื่องทะเลาะกับแม่ได้ทุกวัน  เริ่มจากแม่ตำหนิเธอสักเรื่องหนึ่ง  เธอจะไม่พอใจและตอบกลับ “ก็หนูคิดว่า……………” เพื่ออธิบาย  แต่แม่ไม่เคยพอใจคำตอบและ/หรือคำอธิบาย  หลังจากนั้นการต่อปากต่อคำก็เริ่มต้นขึ้น  เป็นแบบนี้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เธอจำความได้  
“หนูไม่เคยทำอะไรถูกต้องเลย” เธอพูดบ่อยครั้ง น่าสังเกตว่าเธอมิได้พูดว่า “หนูไม่เคยทำอะไรถูกใจแม่เลย” 
ในเวชปฏิบัติที่ทำอยู่ทุกวัน  ผู้มารับคำปรึกษามีคำพูดทั้งสองลักษณะ  ที่โทษตนเองมากหน่อยมักจะใช้ประโยคแรก “หนูไม่เคยทำอะไรถูกต้องเลย” โดยที่มิใช่การพูดประชดแต่อย่างไร  ผู้มารับคำปรึกษารู้สึกด้อยค่าตัวเองจริงๆ  เป็นเราเองที่ไม่ดีพอ  เป็นเราเองที่ทำไม่ถูกจริงๆ  เวลายิ่งผ่านไปนานเข้าความไม่มั่นใจในตัวเองยิ่งแผ่กว้างไปทุกๆเรื่อง  ทุกๆพื้นที่ของชีวิต  เป็นว่าตัวเองไม่เคยทำอะไรถูกต้องเลย 
ผู้มารับคำปรึกษาอีกกลุ่มหนึ่งจะพูดแค่ว่า  “หนูไม่เคยทำอะไรถูกใจแม่เลย” มีความหมายว่าแม่นั่นเองที่เรื่องมากในทุกๆเรื่อง  ทั้งที่หลายครั้งเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
ผู้มารับคำปรึกษาบ้านเรามีศาสนา จารีต ประเพณี และวัฒนธรรมกดทับให้ไม่อาจและไม่สามารถคิดถึงหรือพูดถึงแม่ในทางลบได้  ผิดทั้งบาปและอกตัญญู  จึงแทบไม่มีใครเลยที่จะใช้คำศัพท์ “หลงตัวเอง” กับแม่  อย่างมากก็เพียงว่าแม่เจ้ากี้เจ้าการ  ยุ่งกับชีวิตหนูทุกเรื่อง


หนังสือเล่มนี้ใช้คำว่า “แม่หลงตัวเอง” อย่างชัดเจน มาจากคำว่า narcissism ซึ่งมีที่มาจากเทพปกรณัมกรีก  คำวินิจฉัยทางการแพทย์คือมีบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง มาจากคำว่า Narcissistic Personality Disorder  อ่านถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะรู้สึกว่าเป็นข้อกล่าวหาคุณแม่ที่ร้ายแรง “แม่มิได้ป่วยทางจิตเวชขนาดนั้น”  หลายคนอาจจะพยายามแก้ต่างให้คุณแม่ แต่แล้วก็จะกลับไปถูกแม่ตำหนิสักเรื่อง เริ่มต้นทะเลาะกันใหม่อีกรอบ แล้วจบลงที่ความเศร้าโศกเสียใจเหมือนเดิม  ลูกที่พบคุณแม่ลักษณะนี้ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ไม่สามารถเติบโตได้ 
ในความเป็นจริงแล้วมิใช่แม่ทุกคนในหนังสือเล่มนี้หรือที่มีเหตุให้ตำหนิไปจนถึงดุด่าลูกทุกบ่อยๆ จะมีอาการมากจนถึงกับครบเกณฑ์วินิจฉัยทุกข้อของบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง  หลายท่านอาจจะแค่มี “เชื้อ” ของบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง  มีคำศัพท์เรียกว่า Narcisstic Trait  คุณแม่จำนวนหนึ่งเป็นอย่างมากก็เท่านี้แต่ผลลัพธ์ที่เกิดแก่ลูกก็ประมาณๆที่เล่ามา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอ่อนไหว (sensitivity) ของลูกด้วยเหตุเพราะลูกๆแต่ละคนมีพันธุกรรมแตกต่างกัน
สามีของคุณวรรณาเล่าว่าได้พยายามบอกภรรยาหลายครั้งแล้วว่าอย่าไปมีเรื่องกับคุณแม่  ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่มีทางเอาชนะได้  แล้วก็จะจบลงด้วยอารมณ์เศร้าแบบนี้ทุกรอบ  เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จะพบว่าคุณสามีพูดเหมือนที่นักเขียนเขียนเอาไว้ 
คุณสามีเล่าต่อไปว่าแต่ก็เห็นใจภรรยามากเพราะหลายครั้งที่ภรรยาสงบปาก  อยู่เงียบๆ แต่คุณแม่พูดไม่หยุด  ครั้นภรรยาเดินหนีคุณแม่ก็เดินตามจนกระทั่งในที่สุดก็เป็นปากเสียงกันอีกจนได้  ถึงตอนนี้คุณวรรณาขัดขึ้นว่า “คุณแม่ไม่เคยยอมรับเลยว่าตัวเองผิด” ก็จะให้ยอมรับได้อย่างไรในเมื่อท่านขาดความสามารถในการรู้ตนเองเนื่องจากความผิดปกติของบุคลิกภาพไปแล้ว
“ลูกของหนูจะเป็นแบบคุณแม่หรือเป็นแบบหนูมั้ยคะ” ลูกสาวคนหลงตัวเองหลายคนจะกลัวอยู่ลึกๆว่าตนเองจะเป็นเหมือนคุณแม่ในที่สุดเหตุเพราะไม่มีทางเอาชนะคุณแม่ได้เลยนอกจากจะยอมทำตามคุณแม่ทุกอย่างจนกระทั่งในที่สุดแม้แต่นิสัยบางส่วนก็ดูจะคล้ายๆกันจนได้  นักเขียนใช้คำว่า “ภาคต่อ” ต่ออย่างไร แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไรมีให้อ่านในตอนท้าย