0

(0)
Review
2022-02-21 17:05:55
แม่ไม่เหนื่อยป้อน สอนลูกให้กินเอง Baby-Led Weaning (BLW) รีวิวโดย เพจ NidNok
ณนญเริ่มกินอาหารมนุษย์แล้วค่ะ เฮฮฮฮฮ...(เดี๋ยวๆ แล้วก่อนหน้านี้ลูกแกกินอาหารไก่เรอะ)พอครบหกเดือน ก็ถึงวัยที่จะเริ่มอาหารเสริม เพิ่มเติมจากแค่นมแม่แล้วล่ะ ซึ่งตอนแรกเราก็เตรียมตัวหาข้...
Share

ณนญเริ่มกินอาหารมนุษย์แล้วค่ะ เฮฮฮฮฮ...

(เดี๋ยวๆ แล้วก่อนหน้านี้ลูกแกกินอาหารไก่เรอะ)


พอครบหกเดือน ก็ถึงวัยที่จะเริ่มอาหารเสริม เพิ่มเติมจากแค่นมแม่แล้วล่ะ ซึ่งตอนแรกเราก็เตรียมตัวหาข้อมูลเมนูอาหารลูกเอาไว้เต็มที่ ซื้อหนังสือมาอ่านมากมาย เพราะคิดว่าการให้อาหารทารก มันก็มีอยู่แค่แบบเดียวเนี่ยล่ะ ต่างกันไปที่แต่ละเมนู จนมาเจอหนังสือที่บอกว่า แกๆ มันมีอีกวิธีในการให้อาหารลูกนะ มันเรียกว่า Baby-Led Weaning (BLW)


เราโชคดีที่ได้อ่านหนังสือ "Baby-Led Weaning: แม่ไม่เหนื่อยป้อน สอนลูกให้กินเอง" ตั้งแต่ลูกอายุสองเดือนได้มั้ง เลยทำให้พอจะเข้าใจและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเร็วหน่อย เอาจริงๆ ตอนแรกที่เห็นแค่ปกและชื่อหนังสือ ก็ยังคิดว่า อ่อ ให้ลูกกินเอง ก็ต้องให้กินเองอยู่แล้วสิ พอโตหน่อย แบบขวบสองขวบ ก็ต้องหัดกินเองให้เป็น ทำไมต้องสอนกันด้วยหว่า จนเมื่อได้ลงมืออ่าน ถึงได้รู้ว่า โอววว เราเข้าใจผิดไปมาก จริงๆ แล้วเราสามารถให้ลูกกินเองได้ตั้งแต่อาหารมื้อแรกของเขา ตอนอายุหกเดือนนั่นเลย


ตอนอ่านหนังสือจบ เราตื่นเต้นพอประมาณ รู้สึกแบบ เฮ้ย จริงอ่ะ ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ไม่ต้องป้อนตั้งแต่เริ่มกินได้จริงง่ะ เลยลองหาข้อมูลต่อ เข้าเว็บ เข้ากลุ่มพ่อแม่ที่ใช้วิธีการแบบนี้ให้อาหารลูก หาหนังสือมาอ่านเพิ่ม จนมั่นใจประมาณนึงว่า เราน่าจะพอทำได้ แล้วพอมื้อแรกของนนมาถึง เราก็พบว่า ลูกให้ความร่วมมือกับแนวทางนี้เป็นอย่างดี เอ้า งั้นเราก็ไปต่อเลยละกันเนอะ


ผ่านมาแล้วยี่สิบกว่ามื้อ เรายังคงตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่วางถาดอาหารตรงหน้าลูก และเฝ้าสังเกตดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับสิ่งที่เราเสนอให้ เขาจะเลือกหยิบสิ่งไหนก่อน เขาจะใช้เวลากับอะไรมากที่สุด เขาจะกัดไอ้นั่นขาดไหม (ห้ามคิดทะลึ่ง!) เขามีพัฒนาการด้านการหยิบจับดีขึ้นอย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นความสนุกของแม่ล้วนๆ แม้จะเซ็งกับความเลอะเทอะอยู่บ้าง แต่ความสนุกยังคงเป็นต่อ และเราคิดว่า มันน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว การกินควรจะเป็นเรื่องสนุก


เราได้เขียนบันทึกการกินของนนเอาไว้บ้างตามแต่เวลาจะอำนวยใน Instagram (ฟอลโลว์ได้ @nidnok) แล้วก็แบ่งปันกับแม่ๆ ในกรุ๊ปไลน์ (แต่ลืมอัพในเพจ เป็นคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยกูเนี่ย 5555) เลยมีคนเข้ามาสอบถามอยู่พอสมควร เกี่ยวกับการกินวิธีนี้ ซึ่งเขาคิดยังไงมาถามเอาจากคนแบบกูเนี้ยยยย 555


เราก็ตอบไปตามข้อมูลที่เราพอจะรู้เนาะ แต่หลักๆ เลยจะบอกกับทุกคนว่า ถ้าอยากจะมาทางนี้จริงๆ ขอให้ไปศึกษาให้ถ้วนถี่ก่อน อย่างน้อยคืออ่านหนังสือให้จบซักหนึ่งรอบ เพื่อให้เข้าใจในทุกแง่มุม ที่ต้องทำให้ยุ่งยาก ดูเรื่องมาก เพราะว่า วิธี BLW ยังไม่เป็นที่รู้จัก ยังไม่แพร่หลาย คุณหมอเด็กบางท่านไม่รู้จัก ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะเคยอ่านในกลุ่ม BLW พวกฝรั่งเขาก็ประสบปัญหาว่าหมอลูกไม่รู้จักสิ่งนี้เหมือนกัน ดังนั้น ข้อมูลมันเลยจะมีน้อย หาคนปรึกษาได้ยาก ถ้าเราเริ่มไปโดยไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอ ใจแม่จะแกว่ง จะลังเล กล้าๆ กลัวๆ แล้วมื้ออาหารที่ควรจะสนุกก็จะกลายเป็นเรื่องไม่สนุกไป


ในภาพคือหนังสือสามเล่มที่เราอ่านก่อนเริ่ม BLW นะคะ เล่มแรกคือเล่มที่กล่าวไว้ด้านบน "Baby-Led Weaning: แม่ไม่เหนื่อยป้อน สอนลูกให้กินเอง" อ่านง่ายเพราะแปลเป็นไทยมาให้เสร็จสรรพ เคยเห็นเล่มนี้เวอร์ชันภาษาอังกฤษ ชื่อหนังสือคือ "Baby-Led Weaning: The Essential Guide to Introducing Solid Foods-and Helping Your Baby to Grow Up a Happy and Confident Eater" (นี่ชื่อหนังสือหรือเรียงความวันแม่) โดย Gill Rapley, Ph.D. และ Tracey Murkett หน้าตามันจะดูเป็นตำราๆ อ่านยากหน่อยๆ (ยากตั้งแต่มันเป็นภาษาอังกฤษแล้วแหละ 555) จึงดีใจมากที่มีการแปลเป็นภาษาไทย อยู่ในรูปเล่มที่อ่านง่าย ห่างไกลจากความเป็นตำรา


อีกเล่มชื่อ "Born to Eat : Whole, Healthy Foods from Baby's First Bite" (2017, Leslie Schilling, Wendy Jo Peterson) คนเขียนเป็นนักโภชนาการ เขียนเพิ่มเติมต่อจากเล่ม BLW ของ Gill Rapley เล่มนี้ก็อ่านสนุก เน้นไปที่ตัวอาหารมากขึ้น เข้าใจว่ายังไม่มีแปลเป็นไทย ส่วนเล่มสุดท้ายเป็นสูตรอาหาร "The Baby-Led Weaning Quick and Easy Recipe Book" (2017, Gill Rapley, Tracey Murkett) ซึงเอาจริงๆ ก็ยังไม่ค่อยได้ทำตามเท่าไหร่ เหมาะกับบริบทวัฒนธรรมการกินแบบตะวันตกมากกว่า แต่มีไว้ก็อุ่นใจแม่ 5555555


เอาเป็นว่าไม่ต้องอ่านเป็นผีบ้าแบบเราก็ได้ เอาแค่เล่ม BLW ที่แปลไทย ก็เพียงพอแล้วนะ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปนะ หรือจะสั่งกับเพจ SandClock Books เขาก็ได้ สำนักพิมพ์นี้เป็นทางรอดให้แม่รุ่นเราจริงๆ นะ เพราะแปลหนังสือดีๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมาให้ได้อ่านหลายเล่มแล้ว ตอนนี้กำลังอ่าน "The Happiest Kids in the World พ่อแม่ดัตซ์เลี้ยงแบบนี้ หนูแฮปปี้สุดๆ" ใกล้จบละ เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป ตอนนี้เอาเรื่อง BLW ให้จบก่อน สมาธิสั้นจังโว้ยยย