0

(0)
Review
2022-02-22 09:54:52
โลกทั้งใบบนไหล่ลูกสาว รีวิวโดย lingbahh’s cave
อ่านหนังสือแนวจิตวิทยาและการเลี้ยงดูมาหลายเล่ม ไม่มีเล่มไหนเหมือนเล่มนี้ แต่นี่ไม่ใช่คำชม เป็นข้อสังเกตคือ เนื้อหาในเล่มมุ่งไปที่การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก จากการที่พ่อ...
Share

อ่านหนังสือแนวจิตวิทยาและการเลี้ยงดูมาหลายเล่ม ไม่มีเล่มไหนเหมือนเล่มนี้ แต่นี่ไม่ใช่คำชม เป็นข้อสังเกตคือ เนื้อหาในเล่มมุ่งไปที่การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก จากการที่พ่อแม่พยายามยัดเยียดชีวิต ประสบการณ์ ความปวดร้าว ความเคร่งเครียด ไปไว้กับลูก แปะป้ายมันไว้ว่าคือความรัก ความหวังดี แต่แท้จริงกลับเป็นภาระใหญ่หลวงที่ลูกต้องแบกรับเอาไว้


หนังสือชวนผู้อ่านไปสำรวจจิตใจตัวเอง ประสบการณ์ และถอยห่างออกมาเฝ้ามองความสัมพันธ์ของตนเองกับพ่อแม่ และตนเองกับลูกๆ บางคนอาจพบว่า ตัวเองกลายเป็นพ่อแม่ที่ตัวเองเกลียด หรือคำพูดที่เราคิดว่าหวังดีต่อลูก ที่จริงกลับเป็นอีกด้านมืดที่ทำร้ายลูกก็ได้


ผู้แต่งเป็นคนญี่ปุ่น ฐานความคิด ความสัมพันธ์ มันก็ญี่ปุ่นๆ ตัวอักษรบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ขมึงเครียดภายในครอบครัวญี่ปุ่น มันรุนแรงมั้ย ก็เหมือนๆ กับฉากพ่อแม่ลูก ทะเลาะกันในนิยายญี่ปุ่นหรือหนังสือการ์ตูนนั่นแหละ เย็นชา มึนตึง ปัญหาทางเศรษฐกิจรุมเร้า พ่อแม่ลูกเหมือนคนแปลกหน้าใต้ชายคาเดียวกัน ต่างคนต่างมีกำแพงปิดกั้นใจของตัวเอง


เนื้อหาเข้าใจง่าย แบ่งเป็นส่วนสั้นๆ ชัดเจน
แต่…ไม่ใช่สไตล์คนที่อ่านแนวอเมริกันมาก่อนแล้วจะชอบ


เรารู้สึกว่าแตกต่างจากหนังสือแนวนี้ของพวกอเมริกันมาก เพราะไม่มีการยกเคสขึ้นมาชัดๆ ชี้ให้เห็นที่มาที่ไป บริบทชัดเจน แล้วจบไปเป็นก้อนๆ แต่นี่ใช้วิธียกบทสนทนามาสักก้อนหนึ่ง แล้วลากไล่อธิบายไปต่ออีกหลายหน้า (ทั้งๆ ที่จบในก้อนนั้นได้) ซึ่งนี่เป็นสไตล์การเขียน ที่คนอ่านอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้


สำหรับเรานะ เราไม่ค่อยถูกใจวิธีเล่าเรื่องแบบนี้ อ่านๆ ไปพักนึง คว่ำหนังสือลง ถามว่าตัวเองจับชุดความคิดได้ยังไงบ้าง ปรากฏว่าต้องใช้ความพยายามนึกย้อนทีเดียว ว่า เอ๊ะ เค้าเล่าเรื่องอะไรนะ แล้วปัญหาคืออะไร แล้วคำแนะนำคืออะไรนะ


ไม่ได้บอกว่าหนังสือไม่ดี แต่บอกว่าเป็นสไตล์การเขียนที่จะมีคนชอบและไม่ชอบ ซึ่งเราไม่ชอบสไตล์นี้

สิ่งที่ไม่ชอบอีก 2 อย่าง

1. ฟอนต์เล็กไป อ่านยาก แต่ละหน้ามีที่ว่างเตะบอลได้

2. ตามประสาหนังสือญี่ปุ่น มี ‘……’ เพื่อเน้นจุดสำคัญเต็มไปหมด หน้านึงหลายที่ อ่านแต่ละหน้าแล้วต้องคิดว่า ตกลงอันไหนที่สำคัญกันแน่วะ ‘……’ ที่ไม่สำคัญให้เราก็ได้นะ เยอะไปหน่อย


น้ำเสียงของหนังสือเหมือนมีนักจิตมาคอยสอนและควบคุมอยู่กลายๆ ยังไงไม่รู้ หรือคิดไปเอง 555


สรุป เนื้อหาดีนะ อ่านแล้วคิดตามเป็นสเต็ปได้ ใครมีลูกอ่านแล้วลองปรับการพูดและสิ่งที่ปฏิบัติกับลูก พ่อแมา รวมไปถึงคนรอบข้างดู น่าจะช่วยส่งเสริมความเข้าอกเข้าใจและการสื่อสารระหว่างตัวเองและพ่อแม่/ลูก ได้มากขึ้น


ถ้าจำไม่ผิด คุณทราย เจริญปุระ เคยรีวิวหนังสือไว้เขียนดีเลยล่ะ สนใจก็กูเกิลเอาได้


ป.ล. บุคคลในหนังสือเล่มนี้ มีคนแปลกๆ ชนิดแคร์สายตาคนรอบข้างเยอะนะ ไม่โฟกัสที่ตัวเอง อ่านแล้วก็งงๆ อ่านแล้วสงสัย งงงวย อิหยังวะ 555555